ฤดูหนาวเยือนมาอีกรอบแล้ว.....มันมาพร้อมกับความขี้เกียจอีกหลายๆอย่าง.. แต่ผมจะต้องเอาชนะความขี้เกียจเหล่านี้ให้ได้อย่างน้อยตอนนี้ผมก้อไม่ใช่ เด็กๆแล้ว อายุตั้ง26 แล้วเพื่อนๆก้อทำงานก้าวหน้าไปหลายคนแล้ว....ขณะที่สถานะผมตอนนี้ยังเป็น นักศึกษาอยู่เลยต้องรีบๆเรียนจบได้แล้ว....ดังนั้นผมต้องมีวินัยกับตนเอง สักหน่อย....มีเรื่องให้อยากศึกษา มีหนังสือให้อยากอ่าน มีงานให้อยากทำเยอะ....แระผมจะเอาเวลาไหนไปบ้างเนี่ย...แต่ค่อยๆๆคิดก้อนึก อีกทีเราก้อมีเวลาว่างเยอะกว่าใครงานตอนนี้ก้อไม่ทำแล้ว...เรียนก้อจบ คอร์สเวิกส์เหลือแต่อบรมภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมสอบ TOEIC อย่างนี้ต้องแบ่งเวลาหน่อยแระ......ผมได้จัดแบ่งเวลาดังนี้วันนึง....จะให้ เวลากะการทำวิทยานิพนธ์ของผมวันละสามชั่วโมงครึ่ง........นั่งศึกษาการ โปรแกรมเชิงวัตถุอีกวันละ 2 ชั่วโมง สลับ กับ ทบทวนพื้นฐานการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้างอีกชั่วโมงครึ่ง.....และ ทักษะภาษาอังกฤษอีกวันละ ชั่วโมงครึ่ง วันหนึ่งผมก้อจะมีเวลาพัฒนาตัวเองไปถึงแปดชั่วโมงครึ่ง.....โดยอย่างแรกที่ ผมจะทำต่อไปนี้คือ....ผมต้องงดเล่น MSN หม้อเด็กแล้ว...แฟนก้อมีเป็นตัวเป็นตนแล้ว...แฟนผมรู้คงเครียดตายกะไอ้ นิสัยขี้หลีผม....สอง....ผมจะต้องงดเข้าไปดูกระทู้การเมืองทั้งหลายแล้วพัก หลังผมเป็นบ้ากะการเมืองมากใช้เวลาอยู่เวบเกือบวันละ 4 ชั่วโมงผมคิดดูแล้วมันช่างไม่เกิดประโยชน์อันใดกับตัวผมเลย...ต้องเลิกแระ.....อ้อการจะมีสมองที่ปลอดโปร่งร่างกายต้องแข็งแรงด้วยดังนั้นผมเลยต้องให้เวลาในการออกกำลังกายสักหน่อยแต่ปกติผมก้ออกกำลังกายอยู่แล้วคือวิ่งวันละชั่วโมง
ดังนั้นจึงไม่น่ามีปัญหา....งัยต้องสู้ละครับ...บอกแม่(ทั้งแม่บังเกิดเกล้าและแม่ทูนหัว)ไว้แล้วจะเอาปริญญามหาบัณฑิตมาฝากแม่...อุๆ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ฮาก๊าก......หมายเลข 2
จงเก็บไว้ที่รถ
ผมเป็นผู้ชายที่โชคดี ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน
พ่อแม่ของผมคอยช่วยเหลือเราในทุกๆ ทาง เพื่อนๆ ก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ?
เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ แต่มันมีอยู่อย่างนึง ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน ให้ตายเถอะ
สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือ น้องสาวของแฟนผมนั่นเอง เธออายุ 21 ปี และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะ ตัวสั้นจู๋
เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ ๆ ผม เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที
ผม รู้ว่าเธอจงใจ เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย มีอยู่วันนึง น้องสาวแฟนผม ก็โทรมาหาผม และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า เธออยู่บ้านคนเดียว เธอกระซิบที่ข้างหูผม ว่า อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว เธอเองมีความรู้สึก และความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้ และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนที่ผมจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ ผมช็อคไปเลย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว เธอบอกว่า เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่า ก็ให้ตามเธอขึ้นไป ผมนิ่งอึ้งไปหมด และมองเธอก้าวขึ้นบันได้ไป พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออกแล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน... และรีบเปิดประตูบ้านออกไป เดินตรงไปที่รถทันที สิ่งที่ผมพบ คือ ว่าที่พ่อตาของผมกำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบเล็กน้อยครั้งนี้มาได้ เราคงหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้วล่ะ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา"
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า........จงเก็บถุงยางไว้ในรถของท่านเสมอ.
ฮาก๊าก......หมายเลข 1
เหตุผลที่..ผมไล่เลขาออก..!!!!
อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดของผม......เป็นเช้าที่ผมตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่จากนั้นผมก็เลยลงไปทานอาหารเช้า….โดยหวังว่าภรรยาผมจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์กับผม
แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แม้แต่จะอรุณสวัสดิ์ผม
รวมทั้ง...ลูกผม....ก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำเลย
จากนั้นผมก็ไปออฟฟิศด้วยความรู้สึกค่อนข้างแย่
พอผมไปถึงออฟฟิศ…เจน เลขาผมก็เข้ามาทักว่า
สวัสดีค่ะเจ้านาย... แล้วก็..สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ผมก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยก็มีซักคนที่จำวันเกิดผมได้น่า
จากนั้นผมก็ทำงานไปเรื่อยๆ…
แล้วเจน ก็มาชวนผมไปกินข้าวเที่ยงกันมั้ยค่ะ..แค่ฉันกับคุณ
พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ตอบไปว่า...เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ยินตั้งแต่เช้าเลยนะ..
จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน
แต่เราไม่ได้ไปที่เราไปกินกันตามปกติ
เจนเลือกร้านที่ค่อนข้างเงียบๆ (เป็นส่วนตัว)หน่อย
แล้วเราก็เลือกโต๊ะเฉพาะไว้
เราก็สั่งไวน์นี่มาดื่มกันคนละสองแก้ว
จากนั้นระหว่างทางกลับไปออฟฟิศ
เจนบอกกับผมว่า วันนี้อากาศดีจริงๆเลย
เราคงไม่ต้องรีบกลับกันไปที่ออฟฟิศจริงๆใช่มั้ยเนี่ย
ผมก็ตอบไปว่า อืม คงไม่จำเป็นมั้ง ว่าแต่ เจน คุณคิดว่าไงล่ะ
เจนเลยตอบว่า งั้นแวะไปอาพาร์ทเม้นชั้นก่อนมั้ยล่ะ อยู่แค่ตรงหัวมุมด้านหน้านี่เอง
พอเราไปถึงอาพาร์ทเม้นของเจน
เจนก็บอกกับผมว่า บอสค่ะคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันจะเข้าไปในห้องนอนซักพักนึงก่อน แล้วจะกลับมาหาบอสนะคะ
ผมก็ตอบ ..
โอเค
.. ไปแบบตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจเจนก็เข้าไปในห้องของหล่อนแป๊ปนึง
จากนั้นเธอก็ออกมา พร้อมกับเค๊กวันเกิดก้อนใหญ่
พร้อมกับ ภรรยาผม ลูกๆผม เพื่อนๆของผมเป็นขโยง
เพื่อนร่วมงาน แล้วทุกคนก็ร้องเพลง สุขสันต์วันเกิดให้ผม..
..แล้วผมก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
..บนโซฟาของเจน
แบบเปลือยกายอยู่....??
++++++++
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เฮ้อเดือนตุลาฝันหวานผ่านไปเร็วจริง
เดือนตุลาฝันหวานผ่านไปเร็วจริง...แป๊บเดียวเองอะ...จำได้ว่าได้อยู่บ้านกินกับข้าวฝีมือแม่...ได้ไปเที่ยวกะน้องนุ้ย...ได้แกล้งไอ้ส้มน้องสาว....ได้เล่นกะน้องหมา(ไอ้หมีกะป้าไซ)อยู่เลย....อยู่บ้านนานๆๆชักขี้เกียจแล้ว...ยิ่งตอนนั่งรถกลับลาดกระบังดูเหงาๆไงก้อไม่รู้....เหอๆๆหนุ่ม ป.โท พระจอม สู้ๆๆ..เก็บความตั้งใจ ใส่เต็มกระเป๋า..แล้วก้าวต่อไป ให้โลกรู้ว่าเด็กเต่าไหนั้นเก่ง...ฮาๆๆ แล้วจะเอาปริญญญามหาบัณฑิต พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง มาฝากพ่อกะแม่นะคับ
วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2550
แหะๆเดือนนี้ยุ่งจังเลยครับ
สมัยเมื่อผมเป็นละอ่อนเรียนปริญญาตรีวิศวะคอมพิวเตอร์ ที่ ม.นเรศวร เดือนกันยายนโดยเฉพาะสองอาทิตย์สุดท้าย มันเป็นสัปดาห์นรกของผมเลย.... งานมาจากไหนมากมาย...จะมาสุมอยู่ในช่วงนี้...ไหนจะอ่านหนังสือไม่ทันอีก.....แต่ปัจจุบันนี้ด้วยสถานะหนุ่ม ป.โท ขืนทำแบบนั้นอีกได้อายเด็กแน่ ผมเลยพยายามเคลียงานต่างๆๆไม่ให้มันสุมอยู่ในช่วงนี้อีก เมื่อวันจันทร์ที่ 17 หลังจากทดสอบเพื่อเลือกลงภาษาอังกฤษ ก้อ ไปหาสุดหล่อจุลจักร เพื่อจะไปจุฬาฯ แต่คิดอีกทีขี้เกียจนอนค้างเลยตัดสินใจไปวันรุ่งขึ้น จุฬาฯที่ผมจินตนาการ คิดคงมีแต่ตึกอยู่ใจกลางเมือง มีแต่สาวน่ารัก แต่พอไปถึงจริง มันก้อตรงข้าม นิดหน่อย จุฬาฯดูร่มรื่นมาก ต้นไม้ใหญ่ๆครึ้มเชียว อาจเพราะมหาวิทยาลัยสร้างมานาน เกือบร้อยปี ผิดกะลาดกระบังเลย ต้นไม้ที่นั้นหายาก มาก
แต่สาวๆจุฬา ก้อมีน่ารักไม่น่ารักผสมกันไป แสดงว่าเค้าคัดให้เด็กที่น่ารักเท่านั้นจึงจะออกนอกมหาลัยแน่ๆๆฮาเพราะเมื่อก่อนนั่งรถไฟฟ้า เดินห้าง เจอเด็กติดเข็มพระเกี้ยวไหงมีแต่ ขาวหมวย เอ็กซ์ หว่า อิๆๆ ตกลงผมจะไปหางานวิจัย หรือไปหลีเด็กเนี่ย ฮาๆ แต่ว่าไปแม่ทูลหัวผม....น้องนุ้ย....ก้อเกือบไปเป็นสาวจุฬาแล้วเหมือนกันนะ..น้องนุ้ยผมเคยเอนท์ใหม่ ติดที่ วิทยาศาสตร์ จุฬา ด้วย ไปซื้อเสื้อ เข็ม จองหอพักแระ แต่ เจอละอ่อนอุตรดิตถ์ทั้งขอร้อง และ ร้องไห้ น้องนุ้ยเลย ต้องอยู่เป็นนิสิต ม.นเรศวรต่อพร้อมกะผม อิๆๆ
แต่สาวๆจุฬา ก้อมีน่ารักไม่น่ารักผสมกันไป แสดงว่าเค้าคัดให้เด็กที่น่ารักเท่านั้นจึงจะออกนอกมหาลัยแน่ๆๆฮาเพราะเมื่อก่อนนั่งรถไฟฟ้า เดินห้าง เจอเด็กติดเข็มพระเกี้ยวไหงมีแต่ ขาวหมวย เอ็กซ์ หว่า อิๆๆ ตกลงผมจะไปหางานวิจัย หรือไปหลีเด็กเนี่ย ฮาๆ แต่ว่าไปแม่ทูลหัวผม....น้องนุ้ย....ก้อเกือบไปเป็นสาวจุฬาแล้วเหมือนกันนะ..น้องนุ้ยผมเคยเอนท์ใหม่ ติดที่ วิทยาศาสตร์ จุฬา ด้วย ไปซื้อเสื้อ เข็ม จองหอพักแระ แต่ เจอละอ่อนอุตรดิตถ์ทั้งขอร้อง และ ร้องไห้ น้องนุ้ยเลย ต้องอยู่เป็นนิสิต ม.นเรศวรต่อพร้อมกะผม อิๆๆ
วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2550
เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(4)
พ่อผมพักการรักษาที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์อยู่ 2 อาทิตย์ ไม่รู้บังเอิญไหมวันที่พ่อโดนส่งมารักษาคืนแรกพ่อได้นอนเตียงเดียวกะไอ้เสี่ยโต้งญาติผม ที่มันขับรถคว่ำ สองวันก่อนที่พ่อผมประสบเหตุนั้นผมยังไปเยี่ยมมันอยู่เลย...แระกะไปเยี่ยมมันวันศุกร์แต่กลับกลายเป็นพ่อเราไปนอนเตียงนั้นแทนซะงั้น...พูดถึงโรงพยาบาลก้อพูดถึงห้องรวมหน่อยขนาดผมอยู่แค่คืนเดียวยังไม่ไหวเป็นแหล่งทำให้คนไข้อาการหนักกว่าเดิมอย่างแท้จริง ดีนะที่ได้สาวนุ้ยวิ่งจนได้ห้องพิเศษ แบบใช้กำลังภายในสุดขีดทั้งๆที่ช่วงนั้นอุบัติเหตุมากมายคนไข้เยอะ จากคิวที่19ที่จะได้อยู่ห้องพิเศษ กลับกลายมาเป็นคิวแรกเฉย อิๆๆ มีแฟนเป็นหมอก้อดีอย่างงี้ หลังจากนั้นผมแระครอบครัวก้อย้ายกันมาอยู่ห้องพิเศษ 507 ของโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ภายในห้องเล็กๆแต่สะอาด ได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่พยาบาลและคุณหมอที่รักษาพ่อของผม หมอ วฤธ นิลพานิช(สงสัยพ่อผมคงจะผูกพัลกะไอ้นิลหมาที่บ้านมากมั้ง) ภายในห้องเล็กๆแต่อบอุ่นปกติอยู่บ้านผมไม่ค่อยจะคุยกะพ่อแม่เท่าไรแต่อยู่ห้องเล็กๆสองอาทิตย์ ผมได้รู้สึกว่าเรากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งได้คุยกะแม่ พ่อ คอยดูแล พ่อแม่ ตอนเช้าก้อไปจ่ายตลาดกะน้องนุ้ย ซื้อข้าวให้แม่ ซื้อหนังสือให้แม่ ได้เห็นน้ำใจจากเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง ผมถึงบอกงัยสุดท้ายเรื่องร้ายๆก้อกลายเป็นดี.....อ้องานนี้ถือเป็นการเปิดตัวสะไภ้บ้านผมด้วย..อิๆๆมีแต่คนชมว่าแม่ผมโชคดีได้สะไภ้คนนี้ ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งคล่อง นิสัยดี หน้าที่การงานก้อดี....ดีนะเนี่ยหล่อนยังม่ายรู้มิงั้นตัวลอยแน่ๆๆ
เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(3)
หลังจากที่พ่อได้รับอุบัติเหตุรถชนและถูกนำส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอพิชัยนั้น...พ่อถูกเข้าห้องฉุกเฉิน..ทำให้ผมกับแม่ไม่รู้ว่าตอนนั้นพ่ออาการเป็นอย่างไรบ้าง+ต้องรีบไปดูย่าที่เป็นลมอยู่อีกห้องโชคดีพี่สาวแถวบ้านเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลนั้นพอดีเลยนั่งคุยเป็นเพื่อนแต่ผมก้อยังห่วงพ่อ...ห่วงแม่กลัวแม่จะร้องไห้...ห่วงน้องเพราะมันจะสอบวันจันทร์...ผมต้องโทรไปบอกเพื่อนๆที่เรียน ป.โท ที่ลาดกระบังว่าขอลาแต่ยังไม่ระบุว่าจะลากี่วันเพราะยังไม่รู้อาการพ่อ...พอดีแฟนโทรมาบอกว่าเมื่อกี้ได้คุยกับพ่อแล้วคือแฟนผมโทรเข้าโทรมือถือพ่อ..บอกว่าพ่อผมยังรับโทรศัพท์ได้แระยังคุยรู้เรื่องอยู่...ผมเหมือนเป็นอะไรที่ดีสุดๆรีบไปบอกย่า..บอกแม่...บอกอา..บอกว่าพ่อไม่เป็นอะไรแล้ว...เมื่อกี้น้องนุ้ยโทรมาพ่อยังคุยโทรศัพท์กะน้องนุ้ยรู้เรื่องแระบอกแม่ว่านุ้ยจัดการเรื่องหมอที่จะผ่าตัดพ่อแระเรื่องห้องพิเศษที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดที่เธอทำงานอยู่ไว้แล้ว(หลังจากนี้ครอบครัวผมเห็นน้ำใจว่าที่สะใภ้คนนี้เยอะเลย...ขอบคุณนะสาวนุ้ย)สักพักพยาบาลเรียกญาติคนไข้ผมเลยได้เข้าไปดูพ่อ...ได้คุยกับพ่อก้อเลยรู้ว่าพ่อเจ็บมาก...สงสารพ่อเหลือเกินไอ้โรงพยาบาลนี้มันไม่ได้รักษาไรพ่อเลยแค่ทำความสะอาดแผลพ่อเฉยๆเท่านั้น..หมอกว่าจะมาเกือบชั่วโมงแถมกว่าจะส่งเรื่องไปโรงพยาบาลจังหวัดก้อเกือบสามชั่วโมง...สงสารพ่อมากแผลขนาดนั้นพ่อคงเจ็บน่าดู...แถมไอ้หมอคนนั้นเหอๆม่ายอยากจะบอกมันเคยตามจีบน้องนุ้ยแฟนผมด้วย....ฮา
เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(2)
หลังจากที่ผมกำลังพาแม่ไปโรงพยาบาลประจำอำเภอเพื่อไปดูอาการพ่อนั้น..เหมือนเคราะซ้ำกรรมซัดอาของผมได้พาย่ามาตรวจสุขภาพพอดี..ผมสงสารย่ามากย่ากำลังลงจากรถของอาก้อเห็นคนกำลังหามพ่อผมลงมาขึ้นเปลของโรงพยาบาล...ย่าอายุเกือบเก้าสิบสุขภาพยังแข็งแรงแต่เมื่อเห็นลูกชายได้รับอันตรายต่อหน้า..ย่าก้อความดันขึ้นทันทีแระเป็นลมไป...ผมคิดทำไมเคราะห์มันถึงเกิดกับครอบครัวผมขนาดนี้...แต่นับว่าพ่อผมยังไม่ถึงคราวเคราะห์ สงสัยเพราะพ่อเป็นคนดี ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน เป็นพ่อที่ดีของลูก เป็นสามีที่ดีของแม่ เป็นลูกที่ดีของย่า พ่อเลยประสบเหตุแค่ขาหักเท่านั้นทั้งที่คนที่เห็นเหตุการณ์+สภาพรถที่พ่อขี่นั้นเป็นใครก้อคิดว่าพ่อคงไม่รอด...พ่อสลบไปชั่วครู่เพราะเจ็บแผลเนื่องจากกระดูกต้นขาซ้ายแตกละเอียด...เอ็นขาขาด แต่นอกนั้นพ่อไม่มีบาดแผลไรเลย...ที่สำคัญพ่อผมไม่ได้คล้องพระไรเลยเนื่องจากพ่อเคยบอกว่าพระของพ่ออยู่ที่ใจอยู่แล้ว...แต่สิ่งที่ช่วยพ่อผม..ให้พ่อยังอยู่กะผม กะครอบครัวผมเป็นป๊าของเจ้านิลหมาไทยหลังอานผม..คือหมวกกันน็อก...พ่อผมเป็นประเภทไม่ว่าจะไปไหนไกล้ไกลแม้แต่แค่ร้อยสองร้อยเมตรจากบ้านพ่อก้อจะสวมหมวกกันน็อก...แระสวมมาตลอดเกือบยี่สิบปี...จำได้ตอนเด็กๆผมเรียกพ่อผมว่าไอ้มดแดง...หมวกกันน็อกใบนั้นน้องสาวผมเกือบเอาไปทิ้งหลายครั้งเนื่องจากหมวกมันไม่สวยโบราณแต่ป้องกันครบ...น้องสาวจะซื้อหมวกที่วัยรุ่นใส่ให้พ่อแต่พ่อไม่ชอบ....ขอบคุณหมวกกันน็อกอีกครั้งนะ...ที่ทำให้วันนี้ผมยังมีพ่อคอยบ่นน้องสาวอยู่.........
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2550
เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(1)
เดือนสิงหากำลังจะผ่านไป...พร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี
นานเหมือนกันนะหลังจากที่สอบเสร็จก้อไม่ไปเขียนบันทึกอีกเลย.....ทั้งที่สอบเสร็จกะจะเขียนทั้งงานวิจัย บันทึกเรื่องราวต่างๆแต่ก้อมีเหตุการณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผม..ที่ครอบครัวของผมเกือบจะต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รัก...พ่อของผมได้รับอุบัติเหตุรถชน...จนต้องพักฟื้นที่โีรงพยาบาล...ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นตอนบ่ายของวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2550 เวลาบ่าย 3 โมง ผมนั่งคุยกลับแม่ในบ้านขณะที่ฝนกำลังตกปรอยๆๆอากาศกำลังดี(แม่ผมเข้าโครงการณ์เออลี่รีไทร์ของรัฐเลยเกษียณอายุราชการอยู่บ้าน:แม่ตอนนี้เพิ่งอายุ 54 ปีเอง)ผมกำลังรอว่าเมื่อไรฝนจะหยุดตกเพื่อกำลังจะไปเยี่ยมไอ้เสี่ยโต้งญาติผู้พี่ผมที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำขณะไปเก็บเงินค่าปุ๋ย..ตอนนั้นสัก15.15น.พี่อรลูกของกำนันปีได้ขี่รถมาจอดหน้าบ้านพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยแระเรียกชื่อแม่ผม..หมาที่บ้าน 2 ตัว เจ้านิลกะป้านาค เริ่มเห่า แม่ออกไปหน้าบ้าน..ถามว่ามีเรื่องไร...พี่อรบอกว่า พ่อถูกรถชน ให้รีบไปด่วน แม่แทบจะล้มทั้งยืนแต่ก้อเข้มแข็งบอกพงศ์รีบเอารถออกเดี๋ยวนี้เลยพร้อมกับฝากป้าลิลุงกลมเพื่อนบ้านให้ดูแลบ้านให้ด้วยส่วนตัวแม่ก้อไปจับหมาไว้พร้อมกลับ..เตรียมตัวอย่างเร็วที่สุดในชีวิต...แม่บอกว่าพ่ีอเป็นคนดีต้องปลอดภัย...แต่ดูเหมือนแม่ยังแสดงอาการออกมาว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายเพราะขณะขี่รถไปที่เกิดเหตุได้เจอพี่อ้น อบต.ได้มาบอกแม่อีกคนว่าพ่อโดนรถชนพอถามเค้าว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้างพี่เค้าก้อไม่พยายามตอบเหมือนปิดเรื่องไม่อยากให้เราำได้รับรู้ พอไปถึงที่เกิดเหตุก้อได้มีคนนำพ่อส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอแล้ว...ผมเห็นสภาพรถเครื่องที่พ่อขี่ก้อทำใจไว้ว่าพ่ออาจจะไม่อยู่กลับเราแล้วแม่ผมก้อคงจะคิดเช่นนั้นเพราะสภาพรถคือหมดสภาพที่จะกลับมาใช้งานได้อีก..คือเศษเหล็กดีๆๆนี่เอง..แต่แม่แสดงอาการเข้มแข็งไม่ลนมีสติไม่ร้องไห้แต่ผมพอจะมองออกว่าในใจแม่คงกำลังอยากจะร้องไห้อยากจะเสียใจมากๆแต่แม่ต้องแสดงความเข้มแข็งให้ลูกเห็น..ส่วนผมในฐานะลูกชายคนโตก้อต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้เห็นเช่นกันตอนนั้นผมคิดนะผมจะต้องไม่เสียใจให้ใครเห็นทำตัวเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นจนแฟนผมถามว่าไม่เสียใจหรอ..จะให้ผมเสียใจได้อย่างไรในภาวะนี้เราต้องแสดงอาการให้เป็นปกติที่สุดเพื่อให้คนทีึ่อยู่กับเราเค้าไม่แสดงความเสียใจไปด้วยผมต้องดูแลแระน้องสาวให้ดีที่สุด..ถ้าเกิดเหตุการณ์ร้ายๆถ้าพ่อไม่อยู่กลับเราแล้วผมได้แต่ภาวนาขณะขับรถไป
นานเหมือนกันนะหลังจากที่สอบเสร็จก้อไม่ไปเขียนบันทึกอีกเลย.....ทั้งที่สอบเสร็จกะจะเขียนทั้งงานวิจัย บันทึกเรื่องราวต่างๆแต่ก้อมีเหตุการณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผม..ที่ครอบครัวของผมเกือบจะต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รัก...พ่อของผมได้รับอุบัติเหตุรถชน...จนต้องพักฟื้นที่โีรงพยาบาล...ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นตอนบ่ายของวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2550 เวลาบ่าย 3 โมง ผมนั่งคุยกลับแม่ในบ้านขณะที่ฝนกำลังตกปรอยๆๆอากาศกำลังดี(แม่ผมเข้าโครงการณ์เออลี่รีไทร์ของรัฐเลยเกษียณอายุราชการอยู่บ้าน:แม่ตอนนี้เพิ่งอายุ 54 ปีเอง)ผมกำลังรอว่าเมื่อไรฝนจะหยุดตกเพื่อกำลังจะไปเยี่ยมไอ้เสี่ยโต้งญาติผู้พี่ผมที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำขณะไปเก็บเงินค่าปุ๋ย..ตอนนั้นสัก15.15น.พี่อรลูกของกำนันปีได้ขี่รถมาจอดหน้าบ้านพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยแระเรียกชื่อแม่ผม..หมาที่บ้าน 2 ตัว เจ้านิลกะป้านาค เริ่มเห่า แม่ออกไปหน้าบ้าน..ถามว่ามีเรื่องไร...พี่อรบอกว่า พ่อถูกรถชน ให้รีบไปด่วน แม่แทบจะล้มทั้งยืนแต่ก้อเข้มแข็งบอกพงศ์รีบเอารถออกเดี๋ยวนี้เลยพร้อมกับฝากป้าลิลุงกลมเพื่อนบ้านให้ดูแลบ้านให้ด้วยส่วนตัวแม่ก้อไปจับหมาไว้พร้อมกลับ..เตรียมตัวอย่างเร็วที่สุดในชีวิต...แม่บอกว่าพ่ีอเป็นคนดีต้องปลอดภัย...แต่ดูเหมือนแม่ยังแสดงอาการออกมาว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายเพราะขณะขี่รถไปที่เกิดเหตุได้เจอพี่อ้น อบต.ได้มาบอกแม่อีกคนว่าพ่อโดนรถชนพอถามเค้าว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้างพี่เค้าก้อไม่พยายามตอบเหมือนปิดเรื่องไม่อยากให้เราำได้รับรู้ พอไปถึงที่เกิดเหตุก้อได้มีคนนำพ่อส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอแล้ว...ผมเห็นสภาพรถเครื่องที่พ่อขี่ก้อทำใจไว้ว่าพ่ออาจจะไม่อยู่กลับเราแล้วแม่ผมก้อคงจะคิดเช่นนั้นเพราะสภาพรถคือหมดสภาพที่จะกลับมาใช้งานได้อีก..คือเศษเหล็กดีๆๆนี่เอง..แต่แม่แสดงอาการเข้มแข็งไม่ลนมีสติไม่ร้องไห้แต่ผมพอจะมองออกว่าในใจแม่คงกำลังอยากจะร้องไห้อยากจะเสียใจมากๆแต่แม่ต้องแสดงความเข้มแข็งให้ลูกเห็น..ส่วนผมในฐานะลูกชายคนโตก้อต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้เห็นเช่นกันตอนนั้นผมคิดนะผมจะต้องไม่เสียใจให้ใครเห็นทำตัวเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นจนแฟนผมถามว่าไม่เสียใจหรอ..จะให้ผมเสียใจได้อย่างไรในภาวะนี้เราต้องแสดงอาการให้เป็นปกติที่สุดเพื่อให้คนทีึ่อยู่กับเราเค้าไม่แสดงความเสียใจไปด้วยผมต้องดูแลแระน้องสาวให้ดีที่สุด..ถ้าเกิดเหตุการณ์ร้ายๆถ้าพ่อไม่อยู่กลับเราแล้วผมได้แต่ภาวนาขณะขับรถไป
วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
"Concurrent Versions System " & "Google" กะ เพื่อนเก่า
วันนี้ตอนดึกนั่งหาข้อมูลทำสัมนาอยู่ ใช้ อาจารย์Google ช่วยหาข้อมูล keyword search
"Open Source Development" + "CVS" + "E-book"+ "free ดาวน์โหลด"
ผลปรากฎได้ หนังสือฟรี กะ blog เพื่อนเก่าของผมสมัยยังละอ่อนเด็กน้อยขาสั้นมัธยม เพิ่งรู้ว่าตอนนี้มันกะลังต่อปริญญาเอกที่ มหิดล ได้ดิบได้ดีกันหย่ายแต่มันจะจำเพื่อนเก่าอย่างผมได้ไหมเนี่ย..............อาจารย์ Google นี่เทพจริงๆนอกจากจะช่วยผมหาหนังสือ ข้อสอบ
โคดโปรแกรมและอีกมากมาย ยัง หาเพื่อนเก่าให้ผมอีก..ฮา
"Open Source Development" + "CVS" + "E-book"+ "free ดาวน์โหลด"
ผลปรากฎได้ หนังสือฟรี กะ blog เพื่อนเก่าของผมสมัยยังละอ่อนเด็กน้อยขาสั้นมัธยม เพิ่งรู้ว่าตอนนี้มันกะลังต่อปริญญาเอกที่ มหิดล ได้ดิบได้ดีกันหย่ายแต่มันจะจำเพื่อนเก่าอย่างผมได้ไหมเนี่ย..............อาจารย์ Google นี่เทพจริงๆนอกจากจะช่วยผมหาหนังสือ ข้อสอบ
โคดโปรแกรมและอีกมากมาย ยัง หาเพื่อนเก่าให้ผมอีก..ฮา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)