วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2550

เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(4)

พ่อผมพักการรักษาที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์อยู่ 2 อาทิตย์ ไม่รู้บังเอิญไหมวันที่พ่อโดนส่งมารักษาคืนแรกพ่อได้นอนเตียงเดียวกะไอ้เสี่ยโต้งญาติผม ที่มันขับรถคว่ำ สองวันก่อนที่พ่อผมประสบเหตุนั้นผมยังไปเยี่ยมมันอยู่เลย...แระกะไปเยี่ยมมันวันศุกร์แต่กลับกลายเป็นพ่อเราไปนอนเตียงนั้นแทนซะงั้น...พูดถึงโรงพยาบาลก้อพูดถึงห้องรวมหน่อยขนาดผมอยู่แค่คืนเดียวยังไม่ไหวเป็นแหล่งทำให้คนไข้อาการหนักกว่าเดิมอย่างแท้จริง ดีนะที่ได้สาวนุ้ยวิ่งจนได้ห้องพิเศษ แบบใช้กำลังภายในสุดขีดทั้งๆที่ช่วงนั้นอุบัติเหตุมากมายคนไข้เยอะ จากคิวที่19ที่จะได้อยู่ห้องพิเศษ กลับกลายมาเป็นคิวแรกเฉย อิๆๆ มีแฟนเป็นหมอก้อดีอย่างงี้ หลังจากนั้นผมแระครอบครัวก้อย้ายกันมาอยู่ห้องพิเศษ 507 ของโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ภายในห้องเล็กๆแต่สะอาด ได้รับการดูแลอย่างดีจากพี่พยาบาลและคุณหมอที่รักษาพ่อของผม หมอ วฤธ นิลพานิช(สงสัยพ่อผมคงจะผูกพัลกะไอ้นิลหมาที่บ้านมากมั้ง) ภายในห้องเล็กๆแต่อบอุ่นปกติอยู่บ้านผมไม่ค่อยจะคุยกะพ่อแม่เท่าไรแต่อยู่ห้องเล็กๆสองอาทิตย์ ผมได้รู้สึกว่าเรากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งได้คุยกะแม่ พ่อ คอยดูแล พ่อแม่ ตอนเช้าก้อไปจ่ายตลาดกะน้องนุ้ย ซื้อข้าวให้แม่ ซื้อหนังสือให้แม่ ได้เห็นน้ำใจจากเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง ผมถึงบอกงัยสุดท้ายเรื่องร้ายๆก้อกลายเป็นดี.....อ้องานนี้ถือเป็นการเปิดตัวสะไภ้บ้านผมด้วย..อิๆๆมีแต่คนชมว่าแม่ผมโชคดีได้สะไภ้คนนี้ ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งคล่อง นิสัยดี หน้าที่การงานก้อดี....ดีนะเนี่ยหล่อนยังม่ายรู้มิงั้นตัวลอยแน่ๆๆ

เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(3)

หลังจากที่พ่อได้รับอุบัติเหตุรถชนและถูกนำส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอพิชัยนั้น...พ่อถูกเข้าห้องฉุกเฉิน..ทำให้ผมกับแม่ไม่รู้ว่าตอนนั้นพ่ออาการเป็นอย่างไรบ้าง+ต้องรีบไปดูย่าที่เป็นลมอยู่อีกห้องโชคดีพี่สาวแถวบ้านเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลนั้นพอดีเลยนั่งคุยเป็นเพื่อนแต่ผมก้อยังห่วงพ่อ...ห่วงแม่กลัวแม่จะร้องไห้...ห่วงน้องเพราะมันจะสอบวันจันทร์...ผมต้องโทรไปบอกเพื่อนๆที่เรียน ป.โท ที่ลาดกระบังว่าขอลาแต่ยังไม่ระบุว่าจะลากี่วันเพราะยังไม่รู้อาการพ่อ...พอดีแฟนโทรมาบอกว่าเมื่อกี้ได้คุยกับพ่อแล้วคือแฟนผมโทรเข้าโทรมือถือพ่อ..บอกว่าพ่อผมยังรับโทรศัพท์ได้แระยังคุยรู้เรื่องอยู่...ผมเหมือนเป็นอะไรที่ดีสุดๆรีบไปบอกย่า..บอกแม่...บอกอา..บอกว่าพ่อไม่เป็นอะไรแล้ว...เมื่อกี้น้องนุ้ยโทรมาพ่อยังคุยโทรศัพท์กะน้องนุ้ยรู้เรื่องแระบอกแม่ว่านุ้ยจัดการเรื่องหมอที่จะผ่าตัดพ่อแระเรื่องห้องพิเศษที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดที่เธอทำงานอยู่ไว้แล้ว(หลังจากนี้ครอบครัวผมเห็นน้ำใจว่าที่สะใภ้คนนี้เยอะเลย...ขอบคุณนะสาวนุ้ย)สักพักพยาบาลเรียกญาติคนไข้ผมเลยได้เข้าไปดูพ่อ...ได้คุยกับพ่อก้อเลยรู้ว่าพ่อเจ็บมาก...สงสารพ่อเหลือเกินไอ้โรงพยาบาลนี้มันไม่ได้รักษาไรพ่อเลยแค่ทำความสะอาดแผลพ่อเฉยๆเท่านั้น..หมอกว่าจะมาเกือบชั่วโมงแถมกว่าจะส่งเรื่องไปโรงพยาบาลจังหวัดก้อเกือบสามชั่วโมง...สงสารพ่อมากแผลขนาดนั้นพ่อคงเจ็บน่าดู...แถมไอ้หมอคนนั้นเหอๆม่ายอยากจะบอกมันเคยตามจีบน้องนุ้ยแฟนผมด้วย....ฮา

เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(2)

หลังจากที่ผมกำลังพาแม่ไปโรงพยาบาลประจำอำเภอเพื่อไปดูอาการพ่อนั้น..เหมือนเคราะซ้ำกรรมซัดอาของผมได้พาย่ามาตรวจสุขภาพพอดี..ผมสงสารย่ามากย่ากำลังลงจากรถของอาก้อเห็นคนกำลังหามพ่อผมลงมาขึ้นเปลของโรงพยาบาล...ย่าอายุเกือบเก้าสิบสุขภาพยังแข็งแรงแต่เมื่อเห็นลูกชายได้รับอันตรายต่อหน้า..ย่าก้อความดันขึ้นทันทีแระเป็นลมไป...ผมคิดทำไมเคราะห์มันถึงเกิดกับครอบครัวผมขนาดนี้...แต่นับว่าพ่อผมยังไม่ถึงคราวเคราะห์ สงสัยเพราะพ่อเป็นคนดี ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน เป็นพ่อที่ดีของลูก เป็นสามีที่ดีของแม่ เป็นลูกที่ดีของย่า พ่อเลยประสบเหตุแค่ขาหักเท่านั้นทั้งที่คนที่เห็นเหตุการณ์+สภาพรถที่พ่อขี่นั้นเป็นใครก้อคิดว่าพ่อคงไม่รอด...พ่อสลบไปชั่วครู่เพราะเจ็บแผลเนื่องจากกระดูกต้นขาซ้ายแตกละเอียด...เอ็นขาขาด แต่นอกนั้นพ่อไม่มีบาดแผลไรเลย...ที่สำคัญพ่อผมไม่ได้คล้องพระไรเลยเนื่องจากพ่อเคยบอกว่าพระของพ่ออยู่ที่ใจอยู่แล้ว...แต่สิ่งที่ช่วยพ่อผม..ให้พ่อยังอยู่กะผม กะครอบครัวผมเป็นป๊าของเจ้านิลหมาไทยหลังอานผม..คือหมวกกันน็อก...พ่อผมเป็นประเภทไม่ว่าจะไปไหนไกล้ไกลแม้แต่แค่ร้อยสองร้อยเมตรจากบ้านพ่อก้อจะสวมหมวกกันน็อก...แระสวมมาตลอดเกือบยี่สิบปี...จำได้ตอนเด็กๆผมเรียกพ่อผมว่าไอ้มดแดง...หมวกกันน็อกใบนั้นน้องสาวผมเกือบเอาไปทิ้งหลายครั้งเนื่องจากหมวกมันไม่สวยโบราณแต่ป้องกันครบ...น้องสาวจะซื้อหมวกที่วัยรุ่นใส่ให้พ่อแต่พ่อไม่ชอบ....ขอบคุณหมวกกันน็อกอีกครั้งนะ...ที่ทำให้วันนี้ผมยังมีพ่อคอยบ่นน้องสาวอยู่.........

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2550

เดือนสิงหาที่กำลังจะผ่านไปพร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี(1)

เดือนสิงหากำลังจะผ่านไป...พร้อมกับเรื่องร้ายๆที่สุดท้ายกลายเป็นดี
นานเหมือนกันนะหลังจากที่สอบเสร็จก้อไม่ไปเขียนบันทึกอีกเลย.....ทั้งที่สอบเสร็จกะจะเขียนทั้งงานวิจัย บันทึกเรื่องราวต่างๆแต่ก้อมีเหตุการณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผม..ที่ครอบครัวของผมเกือบจะต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รัก...พ่อของผมได้รับอุบัติเหตุรถชน...จนต้องพักฟื้นที่โีรงพยาบาล...ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นตอนบ่ายของวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2550 เวลาบ่าย 3 โมง ผมนั่งคุยกลับแม่ในบ้านขณะที่ฝนกำลังตกปรอยๆๆอากาศกำลังดี(แม่ผมเข้าโครงการณ์เออลี่รีไทร์ของรัฐเลยเกษียณอายุราชการอยู่บ้าน:แม่ตอนนี้เพิ่งอายุ 54 ปีเอง)ผมกำลังรอว่าเมื่อไรฝนจะหยุดตกเพื่อกำลังจะไปเยี่ยมไอ้เสี่ยโต้งญาติผู้พี่ผมที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำขณะไปเก็บเงินค่าปุ๋ย..ตอนนั้นสัก15.15น.พี่อรลูกของกำนันปีได้ขี่รถมาจอดหน้าบ้านพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยแระเรียกชื่อแม่ผม..หมาที่บ้าน 2 ตัว เจ้านิลกะป้านาค เริ่มเห่า แม่ออกไปหน้าบ้าน..ถามว่ามีเรื่องไร...พี่อรบอกว่า พ่อถูกรถชน ให้รีบไปด่วน แม่แทบจะล้มทั้งยืนแต่ก้อเข้มแข็งบอกพงศ์รีบเอารถออกเดี๋ยวนี้เลยพร้อมกับฝากป้าลิลุงกลมเพื่อนบ้านให้ดูแลบ้านให้ด้วยส่วนตัวแม่ก้อไปจับหมาไว้พร้อมกลับ..เตรียมตัวอย่างเร็วที่สุดในชีวิต...แม่บอกว่าพ่ีอเป็นคนดีต้องปลอดภัย...แต่ดูเหมือนแม่ยังแสดงอาการออกมาว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายเพราะขณะขี่รถไปที่เกิดเหตุได้เจอพี่อ้น อบต.ได้มาบอกแม่อีกคนว่าพ่อโดนรถชนพอถามเค้าว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้างพี่เค้าก้อไม่พยายามตอบเหมือนปิดเรื่องไม่อยากให้เราำได้รับรู้ พอไปถึงที่เกิดเหตุก้อได้มีคนนำพ่อส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอแล้ว...ผมเห็นสภาพรถเครื่องที่พ่อขี่ก้อทำใจไว้ว่าพ่ออาจจะไม่อยู่กลับเราแล้วแม่ผมก้อคงจะคิดเช่นนั้นเพราะสภาพรถคือหมดสภาพที่จะกลับมาใช้งานได้อีก..คือเศษเหล็กดีๆๆนี่เอง..แต่แม่แสดงอาการเข้มแข็งไม่ลนมีสติไม่ร้องไห้แต่ผมพอจะมองออกว่าในใจแม่คงกำลังอยากจะร้องไห้อยากจะเสียใจมากๆแต่แม่ต้องแสดงความเข้มแข็งให้ลูกเห็น..ส่วนผมในฐานะลูกชายคนโตก้อต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้เห็นเช่นกันตอนนั้นผมคิดนะผมจะต้องไม่เสียใจให้ใครเห็นทำตัวเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นจนแฟนผมถามว่าไม่เสียใจหรอ..จะให้ผมเสียใจได้อย่างไรในภาวะนี้เราต้องแสดงอาการให้เป็นปกติที่สุดเพื่อให้คนทีึ่อยู่กับเราเค้าไม่แสดงความเสียใจไปด้วยผมต้องดูแลแระน้องสาวให้ดีที่สุด..ถ้าเกิดเหตุการณ์ร้ายๆถ้าพ่อไม่อยู่กลับเราแล้วผมได้แต่ภาวนาขณะขับรถไป