ฤดูหนาวเยือนมาอีกรอบแล้ว.....มันมาพร้อมกับความขี้เกียจอีกหลายๆอย่าง.. แต่ผมจะต้องเอาชนะความขี้เกียจเหล่านี้ให้ได้อย่างน้อยตอนนี้ผมก้อไม่ใช่ เด็กๆแล้ว อายุตั้ง26 แล้วเพื่อนๆก้อทำงานก้าวหน้าไปหลายคนแล้ว....ขณะที่สถานะผมตอนนี้ยังเป็น นักศึกษาอยู่เลยต้องรีบๆเรียนจบได้แล้ว....ดังนั้นผมต้องมีวินัยกับตนเอง สักหน่อย....มีเรื่องให้อยากศึกษา มีหนังสือให้อยากอ่าน มีงานให้อยากทำเยอะ....แระผมจะเอาเวลาไหนไปบ้างเนี่ย...แต่ค่อยๆๆคิดก้อนึก อีกทีเราก้อมีเวลาว่างเยอะกว่าใครงานตอนนี้ก้อไม่ทำแล้ว...เรียนก้อจบ คอร์สเวิกส์เหลือแต่อบรมภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมสอบ TOEIC อย่างนี้ต้องแบ่งเวลาหน่อยแระ......ผมได้จัดแบ่งเวลาดังนี้วันนึง....จะให้ เวลากะการทำวิทยานิพนธ์ของผมวันละสามชั่วโมงครึ่ง........นั่งศึกษาการ โปรแกรมเชิงวัตถุอีกวันละ 2 ชั่วโมง สลับ กับ ทบทวนพื้นฐานการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้างอีกชั่วโมงครึ่ง.....และ ทักษะภาษาอังกฤษอีกวันละ ชั่วโมงครึ่ง วันหนึ่งผมก้อจะมีเวลาพัฒนาตัวเองไปถึงแปดชั่วโมงครึ่ง.....โดยอย่างแรกที่ ผมจะทำต่อไปนี้คือ....ผมต้องงดเล่น MSN หม้อเด็กแล้ว...แฟนก้อมีเป็นตัวเป็นตนแล้ว...แฟนผมรู้คงเครียดตายกะไอ้ นิสัยขี้หลีผม....สอง....ผมจะต้องงดเข้าไปดูกระทู้การเมืองทั้งหลายแล้วพัก หลังผมเป็นบ้ากะการเมืองมากใช้เวลาอยู่เวบเกือบวันละ 4 ชั่วโมงผมคิดดูแล้วมันช่างไม่เกิดประโยชน์อันใดกับตัวผมเลย...ต้องเลิกแระ.....อ้อการจะมีสมองที่ปลอดโปร่งร่างกายต้องแข็งแรงด้วยดังนั้นผมเลยต้องให้เวลาในการออกกำลังกายสักหน่อยแต่ปกติผมก้ออกกำลังกายอยู่แล้วคือวิ่งวันละชั่วโมง
ดังนั้นจึงไม่น่ามีปัญหา....งัยต้องสู้ละครับ...บอกแม่(ทั้งแม่บังเกิดเกล้าและแม่ทูนหัว)ไว้แล้วจะเอาปริญญามหาบัณฑิตมาฝากแม่...อุๆ
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ฮาก๊าก......หมายเลข 2
จงเก็บไว้ที่รถ
ผมเป็นผู้ชายที่โชคดี ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน
พ่อแม่ของผมคอยช่วยเหลือเราในทุกๆ ทาง เพื่อนๆ ก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ?
เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ แต่มันมีอยู่อย่างนึง ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน ให้ตายเถอะ
สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือ น้องสาวของแฟนผมนั่นเอง เธออายุ 21 ปี และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะ ตัวสั้นจู๋
เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ ๆ ผม เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที
ผม รู้ว่าเธอจงใจ เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย มีอยู่วันนึง น้องสาวแฟนผม ก็โทรมาหาผม และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า เธออยู่บ้านคนเดียว เธอกระซิบที่ข้างหูผม ว่า อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว เธอเองมีความรู้สึก และความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้ และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนที่ผมจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ ผมช็อคไปเลย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว เธอบอกว่า เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่า ก็ให้ตามเธอขึ้นไป ผมนิ่งอึ้งไปหมด และมองเธอก้าวขึ้นบันได้ไป พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออกแล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน... และรีบเปิดประตูบ้านออกไป เดินตรงไปที่รถทันที สิ่งที่ผมพบ คือ ว่าที่พ่อตาของผมกำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบเล็กน้อยครั้งนี้มาได้ เราคงหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้วล่ะ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา"
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า........จงเก็บถุงยางไว้ในรถของท่านเสมอ.
ฮาก๊าก......หมายเลข 1
เหตุผลที่..ผมไล่เลขาออก..!!!!
อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดของผม......เป็นเช้าที่ผมตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่จากนั้นผมก็เลยลงไปทานอาหารเช้า….โดยหวังว่าภรรยาผมจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์กับผม
แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แม้แต่จะอรุณสวัสดิ์ผม
รวมทั้ง...ลูกผม....ก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำเลย
จากนั้นผมก็ไปออฟฟิศด้วยความรู้สึกค่อนข้างแย่
พอผมไปถึงออฟฟิศ…เจน เลขาผมก็เข้ามาทักว่า
สวัสดีค่ะเจ้านาย... แล้วก็..สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ผมก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยก็มีซักคนที่จำวันเกิดผมได้น่า
จากนั้นผมก็ทำงานไปเรื่อยๆ…
แล้วเจน ก็มาชวนผมไปกินข้าวเที่ยงกันมั้ยค่ะ..แค่ฉันกับคุณ
พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ตอบไปว่า...เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ยินตั้งแต่เช้าเลยนะ..
จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน
แต่เราไม่ได้ไปที่เราไปกินกันตามปกติ
เจนเลือกร้านที่ค่อนข้างเงียบๆ (เป็นส่วนตัว)หน่อย
แล้วเราก็เลือกโต๊ะเฉพาะไว้
เราก็สั่งไวน์นี่มาดื่มกันคนละสองแก้ว
จากนั้นระหว่างทางกลับไปออฟฟิศ
เจนบอกกับผมว่า วันนี้อากาศดีจริงๆเลย
เราคงไม่ต้องรีบกลับกันไปที่ออฟฟิศจริงๆใช่มั้ยเนี่ย
ผมก็ตอบไปว่า อืม คงไม่จำเป็นมั้ง ว่าแต่ เจน คุณคิดว่าไงล่ะ
เจนเลยตอบว่า งั้นแวะไปอาพาร์ทเม้นชั้นก่อนมั้ยล่ะ อยู่แค่ตรงหัวมุมด้านหน้านี่เอง
พอเราไปถึงอาพาร์ทเม้นของเจน
เจนก็บอกกับผมว่า บอสค่ะคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันจะเข้าไปในห้องนอนซักพักนึงก่อน แล้วจะกลับมาหาบอสนะคะ
ผมก็ตอบ ..
โอเค
.. ไปแบบตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจเจนก็เข้าไปในห้องของหล่อนแป๊ปนึง
จากนั้นเธอก็ออกมา พร้อมกับเค๊กวันเกิดก้อนใหญ่
พร้อมกับ ภรรยาผม ลูกๆผม เพื่อนๆของผมเป็นขโยง
เพื่อนร่วมงาน แล้วทุกคนก็ร้องเพลง สุขสันต์วันเกิดให้ผม..
..แล้วผมก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
..บนโซฟาของเจน
แบบเปลือยกายอยู่....??
++++++++
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เฮ้อเดือนตุลาฝันหวานผ่านไปเร็วจริง
เดือนตุลาฝันหวานผ่านไปเร็วจริง...แป๊บเดียวเองอะ...จำได้ว่าได้อยู่บ้านกินกับข้าวฝีมือแม่...ได้ไปเที่ยวกะน้องนุ้ย...ได้แกล้งไอ้ส้มน้องสาว....ได้เล่นกะน้องหมา(ไอ้หมีกะป้าไซ)อยู่เลย....อยู่บ้านนานๆๆชักขี้เกียจแล้ว...ยิ่งตอนนั่งรถกลับลาดกระบังดูเหงาๆไงก้อไม่รู้....เหอๆๆหนุ่ม ป.โท พระจอม สู้ๆๆ..เก็บความตั้งใจ ใส่เต็มกระเป๋า..แล้วก้าวต่อไป ให้โลกรู้ว่าเด็กเต่าไหนั้นเก่ง...ฮาๆๆ แล้วจะเอาปริญญญามหาบัณฑิต พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง มาฝากพ่อกะแม่นะคับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)